ปวดหัวไหล่ เกิดจากอะไร? ค้นหาสาเหตุอาการปวดไหล่เรื้อรัง

บทความเพื่อหาคำตอบว่าอาการ ปวด หัวไหล่ เกิด จาก อะไร และมีวิธีรักษาอย่างไร
Table of Contents

“ปวดหัวไหล่ ไหล่ติด กางแขนแล้วเจ็บ ไขว้หลังไม่ได้” สารพัดอาการบาดเจ็บข้อไหล่ ที่หลายคนกำลังเผชิญ คงมีคำถามในใจว่าแท้จริงแล้วอาการ ปวดหัวไหล่ เกิดจากอะไร ทำไมบางคนถึงเป็นเรื้อรัง พักใช้ไหล่เเล้วก็ไม่หาย กินยาแก้ปวดก็ไม่หาย

บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจกลไกการทำงานของข้อไหล่ และเจาะลึกถึงต้นตอสำคัญที่มักถูกมองข้ามอย่าง “ภาวะการเคลื่อนไหวบกพร่อง” (Movement Impairment Syndrome) ที่มักเป็นต้นเหตุให้เกิดอาการปวดไหล่เรื้อรัง

กลไกการทำงานของข้อไหล่

ก่อนจะไปหาคำตอบว่าอาการปวดเกิดขึ้นได้อย่างไร เราต้องเข้าใจธรรมชาติของบริเวณนี้ก่อน

ข้อไหล่ของมนุษย์เป็นข้อต่อที่มีความพิเศษมาก เพราะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระหลายทิศทาง ทั้งยก กาง หมุน รวมถึงมีข้อต่อย่อยที่ทำงานเกี่ยวเนื่องกันถึง 4 ข้อต่อ

การที่เราจะขยับแขนได้อย่างสมบูรณ์แบบ 1 ครั้ง ร่างกายต้องอาศัย “การประสานสัมพันธ์” ของกล้ามเนื้อหลายมัด เพื่อขยับให้ข้อต่อทั้ง 4 เกิดการเคลื่อนไหวที่สมดุล ด้วยความซับซ้อนและอิสระในการเคลื่อนไหวที่สูงมากนี้เอง จึงทำให้ข้อไหล่เป็นบริเวณที่เกิดการบาดเจ็บได้ง่ายเป็นพิเศษ หากกลไกใดกลไกหนึ่งทำงานสะดุดลง

สาเหตุอาการ ปวดหัวไหล่ เกิดจากอะไร ได้บ้าง?

หากคุณสงสัยว่าอาการ ปวดไหล่ เกิดจากอะไร คำตอบส่วนใหญ่ มักไม่ได้เจ็บมาจากอุบัติเหตุรุนแรง แต่เกิดจากพฤติกรรมการใช้งานในชีวิตประจำวัน เนื่องจากหัวไหล่สามารถเคลื่อนไหวได้หลายทิศทาง จึงเกิดปัญหาได้ง่ายจากความเข้าใจในกลไกการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ที่กล่าวข้างต้น ทำให้เกิด “ภาวะการเคลื่อนไหวไหล่บกพร่อง (Shoulder Movement Impairment Syndrome) ซึ่งมีสาเหตุกระตุ้นหลักๆ ดังนี้

1) การเคลื่อนไหวซ้ำๆ (Repetitive Movement)

เช่น การตอกตะปูของช่างไม้ หรือการเหวี่ยงแขนตีกอล์ฟของนักกอล์ฟ

2) การอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานาน (Prolonged Posture)

เช่น การนั่งห่อไหล่ทำงานเป็นเวลานานโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ

3) ความเสื่อมตามวัย (Aging)

พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่ความเเข้งเเรง ความยืดหยุ่นของร่างกายลดลง

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้เนื้อเยื่อรอบข้อไหล่เกิดการปรับตัว (Tissue Adaptation) เมื่อเนื้อเยื่อเริ่มทำงานผิดปกติ บางมัดตึงตัวเกินไป บางมัดหย่อนตัวลง หรือบางมัดอ่อนแรง

จังหวะการเคลื่อนไหวของข้อไหล่ก็จะผิดเพี้ยนไปจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะขยับน้อยไปหรือมากไป สุดท้ายจึงนำมาสู่การบาดเจ็บ อาการอักเสบ และความเจ็บปวดในที่สุด

การตรวจประเมิน 'ภาวะการเคลื่อนไหวบกพร่อง' บริเวณข้อไหล่

ในทางคลินิก นักกายภาพบำบัดจะใช้การตรวจประเมินด้วยการสังเกตการวางตัวของโครงสร้างรอบไหล่ คลำบริเวณข้อต่อ และสังเกตการเคลื่อนไหวขณะที่ผู้รับบริการเคลื่อนไหวเเขนในมุมต่างๆ

ตัวอย่างความผิดปกติที่มักเกิดขึ้นจนทำให้มีอาการปวดไหล่ ที่สามารถสังเกตได้ เช่น

- กระดูกต้นแขนเคลื่อนไปด้านหน้า (Anterior Glide of Humerus)

ทำให้เกิดการหนีบทับเนื้อเยื่อด้านหน้าข้อไหล่ จนเกิดเอ็นไหล่อักเสบได้

`- การเปิดออกของกระดูกสะบัก (Scapular Dyskinesis)

หรือที่หลายคนเรียกว่า “สะบักปูด” มุมสะบักด้านในจะนูนขึ้นขณะเคลื่อนไหว บ่งบอกถึงความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อที่คอยดึงรั้งสะบัก

กายภาพบำบัด ช่วยแก้ปัญหาภาวะผิดปกติของการเคลื่อนไหวหัวไหล่ ได้อย่างไร?

หลายคนที่มีอาการปวดไหล่ บางคนอาจจะเป็นๆหายๆ เมื่อได้รับการรักษาแล้วสักพักก็กลับมาปวดอีก นั่นเป็นเพราะพวกเขาได้รับการรักษาที่ “โครงสร้าง” แต่ยังไม่ได้แก้ไขที่ “รูปแบบการเคลื่อนไหว”

การรักษาทางกายภาพบำบัดที่ได้มาตรฐาน จึงไม่ใช่แค่การใช้เครื่องมือลดปวดเพียงอย่างเดียว แต่แบ่งกระบวนการฟื้นฟูออกเป็น 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่

1. การรักษาด้วยเครื่องมือทางกายภาพบำบัด (Modalities)

เช่น การใช้เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound) เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือด ลดการอักเสบ และคลายความตึงตัวของกล้ามเนื้อ

2. การรักษาด้วยด้วยเทคนิคมือ (Manual Therapy)

เช่น การจัดดัดดึงข้อต่อ, การกดยืดกล้ามเนื้อ หรือเทคนิคขั้นสูงอื่นๆ เป็นต้น

3. การออกแบบการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล (Therapeutic Exercise)

นี่คือหัวใจสำคัญของการรักษา นักกายภาพบำบัดจะออกแบบท่าออกกำลังกายเพื่อปรับรูปแบบการเคลื่อนไหวให้กลับมาใกล้เคียงปกติ เช่น การฝึกเพิ่มความแข็งแรงของมัดกล้ามเนื้อเพื่อดึงสะบักให้แนบชิดลำตัว

4. การฝึกการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง

เมื่อโครงสร้างรอบไหล่เริ่มสมดุล ทั้งมีความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้น เเละมีความเเข็งเเรงเพิ่มขึ้น นักกายภาพบำบัดจะฝึกให้กล้ามเนื้อต่างๆนั้นจดจำการทำงานที่ถูกต้องขณะใช้งานจริง เพื่อให้เกิดรูปแบบการเคลื่อนไหวใหม่ที่ถูกต้อง รวมถึงให้คำเเนะนำในการใช้งานที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการกลับมาบาดเจ็บซ้ำ

อย่ารอให้อาการปวดไหล่เป็นมาก จนกลายเป็น 'ไหล่ติด'

หลายคนมักคิดว่าอาการปวดเมื่อยบริเวณหัวไหล่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย พักการใช้งานหรือทายาก็คงหายไปเอง โดยอาจลืมตั้งคำถามเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่า อาการ ปวด หัวไหล่ เกิด จาก อะไร กันแน่?

แต่ในมุมมองของนักกายภาพบำบัด การเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนและแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่รุนแรงและใช้เวลาฟื้นฟูยาวนานกว่าที่คิด

เมื่อเกิดภาวะการเคลื่อนไหวบกพร่องขึ้นแล้ว ร่างกายจะมีกลไกการชดเชย (Compensation) โดยอัตโนมัติ ซึ่งหากปล่อยให้ข้อไหล่ทำงานผิดเพี้ยนไปจากเดิมเป็นเวลานาน ร่างกายจะเริ่มสร้างพังผืดขึ้นมารัดรอบข้อต่อ นำไปสู่ภาวะ ข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder) ในที่สุด

เมื่อถึงจุดนั้น คุณอาจพบว่าตัวเองไม่สามารถยกแขนสวมเสื้อ เอื้อมหยิบของบนชั้น หรือแม้แต่ไขว้หลังรูดซิปชุดได้ตามปกติ นอกจากนี้ การฝืนใช้งานข้อไหล่ที่ทำงานผิดจังหวะซ้ำๆ ยังเพิ่มความเสี่ยงที่เอ็นรอบข้อไหล่ (Rotator Cuff) จะเสียดสีและฉีกขาดได้อีกด้วย

ดังนั้น การรู้ตัวเร็วและรีบเข้ารับการตรวจประเมิน คือกุญแจสำคัญที่สุด เพราะการแก้ไขและปรับรูปแบบการเคลื่อนไหวในช่วงที่เพิ่งเริ่มมีอาการนั้น ทำได้ง่ายกว่า เห็นผลเร็วกว่า และช่วยหยุดยั้งวงจรความเจ็บปวดได้

สรุปสั้นๆ

  • ข้อไหล่บาดเจ็บง่ายกว่าที่คิด ด้วยความอิสระในการเคลื่อนไหวที่สูงมาก ทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อต้องทำงานประสานกันตลอดเวลา หากจังหวะเสียสมดุลก็เสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้

  • ต้นตอมักมาจากพฤติกรรมสะสม คำตอบของคำถามที่ว่า ปวด หัวไหล่ เกิด จาก อะไร มักไม่ได้มาจากอุบัติเหตุ แต่เกิดจาก ภาวะการเคลื่อนไหวบกพร่อง (Movement Impairment Syndrome) จากการใช้งานซ้ำๆ หรือการอยู่ในท่าเดิมนานเกินไป

  • เครื่องมือลดปวดไม่ใช่ทางออกเดียว การรักษาให้หายขาดและไม่กลับมาเป็นซ้ำ ต้องอาศัย การออกกำลังกายเพื่อการรักษา (Therapeutic Exercise) ที่ออกแบบโดยนักกายภาพบำบัด เพื่อปรับจังหวะการเคลื่อนไหวให้กลับมาปกติ

  • ยิ่งปล่อยไว้ยิ่งรักษายาก หากเพิกเฉยต่อความปวด ร่างกายจะสร้างกลไกชดเชยจนอาจลุกลามเป็นภาวะ ข้อไหล่ติด (Frozen Shoulder) การรีบเข้ามาตรวจประเมินตั้งแต่เริ่มมีอาการ จึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด

เอกสารอ้างอิง (References):

  • Christopher, et al. (2018). Shoulder Pain Prevalence by Age and within Occupational Groups: A Systematic Review. Archives of Physiotherapy.

  • Amasay, T., Hall, II., Shapiro, S., & Ludwig, K. (2016). The Relation between Scapular Dyskinesis and the Upper Quarter Y-Balance Test. International Journal of Anatomy & Applied Physiology, 2, 20-25.

  • Sahrmann, S., Azevedo, D. C., & Dillen, L. V. (2017). Diagnosis and treatment of movement system impairment syndromes. Brazilian Journal of Physical Therapy, 21(6), 391-399.

แชร์บทความ
Tag
เนื้อหาข่าวสารอื่น ๆ ที่แนะนำ
บทความเพื่อสุขภาพ
คลินิกกายภาพ ที่ไหนดี? 5 วิธีเลือกศูนย์กายภาพ ให้ตรงจุดและปลอดภัย
ข่าวสารและกิจกรรม
เปิดรับสมัครนักกายภาพบำบัด ประจำปี 2567 รอบที่ 1
บทความเพื่อสุขภาพ
เทคนิคการระบายน้ำเหลือง ฟื้นฟูร่างกาย ลดปวด ลดบวมและชะลอวัย
บทความเพื่อสุขภาพ
4 วิธีปรับร่างกาย ที่ช่วยขจัดความเมื่อยล้า คอ บ่า ไหล่ขณะนั่ง
บทความเพื่อสุขภาพ
เวียนหัว บ้านหมุน จากโรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน กายภาพบำบัดช่วยคุณได้
บทความเพื่อสุขภาพ
กระดูกสันหลังคด (Scoliosis): 7 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มุมคดเพิ่มขึ้น
บทความเพื่อสุขภาพ
ปวดข้อศอกด้านนอก (Tennis Elbow) สาเหตุและวิธีรักษา
บทความเพื่อสุขภาพ
วิธีเพิ่มน้ำนมแม่ ให้คุณเเม่มีน้ำนมเพียงพอต่อการเลี้ยงลูก
LINE
Messenger
Contact
กลับด้านบน