ปวดร้าววิ่งไปหมดเลยนะ MPS

ปวดร้าววิ่งไปหมดเลยนะ MPS

 

โอ๊ย!!! ปวดสะโพกร้าวลงขาจังเลย ปวดคอบ่าร้าวขึ้นหัว ขึ้นตา เป็นอะไรเนี่ย… ใครเคยมีอาการแบบนี้รึป่าวครับ รู้หรือไม่ครับว่าจริงๆแล้วอาการแบบนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ซึ่งสาเหตุหนึ่งมักเกิดจากกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและพังผืด myofascial pain syndrome หรือ MPS และยังทำให้เกิดปัญหาการปวดเรื้อรังที่พบบ่อยเป็นอันดับต้นๆ อีกด้วยครับดังนั้นวันนี้เรามาทำความรู้จักโรคนี้กันครับ

 

กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและพังผืดมีอาการดังนี้

1.มีอาการปวด มักจะมีอาการปวดร้าวส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเช่น กล้ามเนื้อบริเวณสะบักจะทำให้ปวดหัวไหล่ แขน และข้อมือได้ หรือ กล้ามเนื้อบ่าทำให้ปวดร้าวไปที่ศีรษะและขมับได้ บางครั้งจะรู้สึกปวดตึงรั้ง ปวดตื้อๆ ตุ๊บๆ ปวดแสบปวดร้อน ปวดแปล๊บๆ หรือปวดหน่วงๆก็ได้เช่นกัน

 

2. มีอาการของประสาทอัตโนมัติ(autonomic Phenomena) เช่น บริเวณที่ปวดมีอุณหภูมิสูงขึ้นเนื่องจากหลอดเลือดขยายตัว หรือบางครั้งอาจจะพบว่ามีอาการซีด เย็น ของแขนและมือ โดยสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อบริเวณสะบัก บางคนอาจมีเหงื่อออก น้ำตาไหล ขนลุก เป็นต้น

 

3.พบจุดกดเจ็บ(TRIGGER POINT) กล้ามเนื้อที่เป็น MPS จะพบว่ามีความตึงตัวมากขึ้นสามารถคลำได้เป็นแผ่นกล้ามเนื้อ (taut band) ซึ่งในแผ่นกล้ามเนื้อจะมีก้อนของกล้ามเนื้อที่กระจุกตัวรวมกัน (trigger point) เมื่อกดจะมีอาการปวดและร้าวไปตามบริเวณต่างๆ (Referred pain), มีอาการสะดุ้งจากอาการปวด (Jump sign) และมีกระตุกของใยกล้ามเนื้อ (Local twitching response)

 

ส่วนสาเหตุที่ก่อให้เกิดกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและพังผืด myofascial pain syndrome ส่วนใหญ่แล้วเชื่อกันว่าเกิดจากภาวะการทำงานของกล้ามเนื้อที่หนักเกินไป ซึ่งมีได้มากมายหลายปัจจัย เช่น เกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อที่รุนแรงจากอุบัติเหตุ, การผ่าตัด, ความเครียดทางจิตใจ, การบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย, การจัดสภาพแวดล้อมในที่ทำงานที่ไม่ดี, ภาวะกล้ามเนื้อที่ไม่สมดุลกัน และบ่อยครั้งปัจจัยเหล่านี้มักจะเกิดร่วมกัน

 

การดูแลรักษาตนเองเบื้องต้นเมื่อพบว่าเป็นกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและพังผืด สามารถทำได้โดย

1. หากมีอาการปวดมาก แนะนำให้ประคบเย็น โดยอาจจะใช้แผ่นประคบเย็นหรือน้ำแข็ง เย็นพอทนได้ ประมาณ 15นาทีต่อรอบ 3-4รอบต่อวัน เพื่อลดอาการปวด แต่ถ้ามีแค่อาการปวดตึงอาจใช้การประคบร้อน ประมาณ 20 นาทีต่อรอบ เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้

2. ออกกำลังกายด้วยการยืดกล้ามเนื้อ (Stretching exercise) การยืดกล้ามเนื้อจะทำให้ trigger point เกิดการคลายตัว อาการปวดต่างๆก็จะลดลง โดยยืดค้างไว้ 10 วินาที 10 ครั้งต่อรอบ

3. ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ (strengthening and endurance exercise) เพื่อลดอาการล้าของกล้ามเนื้อและปรับสมดุลกล้ามเนื้อให้ดีมากยิ่งขึ้น

4. นวดกดจุด ทำได้โดยกดจุดบริเวณ trigger point โดยอาจจะใช้นิ้ว หรือ อุปกรณ์ช่วยเช่น ไม้กดจุด, Massage ball, Foam roller, ลูกเทนนิส เป็นต้น โดยกดค้างไว้ 30 วินาที ประมาณ 2-3 ครั้ง สังเกตว่ากล้ามเนื้อผ่อนคลายขึ้นหรือไม่ แต่มีข้อควรระวังคือในกรณีที่มีอาการปวดมากไม่ควรกด เพราะอาจทำให้อักเสบและปวดมากกว่าเดิมได้

5. ปรับท่าทางการทำงาน สภาพแวดล้อมที่ทำงาน พักผ่อน ทำจิตใจให้สบาย ฝึกการหายใจให้ถูกต้อง

 

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ หวังว่าทุกท่านจะได้รับประโยชน์จากวันนี้ไม่มากก็น้อย หากมีข้อสงสัย หรือมีอาการดังกล่าว ดูแลตนเองเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้ปรึกษากับนักกายภาพบำบัดต่อไปครับ

 

เอกสารอ้างอิง

– วิมล ศรีวิชา. การรักษาทางกายภาพบำบัดในผู้ป่วยที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อและพังผืด(Myofascial Pain Syndrome).  วารสารหัวหินสุขใจไกลกังวล,2559;1:10-28

– ประดิษฐ์ ประทีปะวณิช. Myofascial Pain Syndrome : A Common Problem in Clinical Practice.,2542

บทความโดย..

กภ.กิตติพงษ์ สวัสดิ์ประทานชัย (คลิกเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม)

นักกายภาพบำบัด ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ สาขาเหม่งจ๋าย

ภาพประกอบโดย..

กภ.ศุภกานต์ จุลละจินดา (คลิกเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม)

นักกายภาพบำบัด ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ สาขาสิรินธร

แชร์บทความ

Tag

เนื้อหาข่าวสารอื่น ๆ ที่แนะนำ

บทความเพื่อสุขภาพ

5 อาการบาดเจ็บยอดฮิต ของเหล่านักวิ่งผู้พิชิตมาราธอน

บทความเพื่อสุขภาพ

ก้มเล่นมือถือ..เเล้วปวดคอ ปวดบ่า ทำยังไงดี?

บทความเพื่อสุขภาพ

ปวดคอบ่า ชาร้าวลงแขน คุณอาจกำลังเป็น Thoracic outlet syndrome (TOS)

บทความเพื่อสุขภาพ

มารู้จักการรักษา “กระดูกสันหลังคด” กัน

ข่าวสารและกิจกรรม

การอบรมภายในหัวข้อ การฟื้นฟูสมรรถภาพของระบบควบคุมการทรงท่า (Vestibular Rehabilitation)

บทความเพื่อสุขภาพ

ปวดหลัง!! ทุกครั้งที่ปั่นเลย

บทความเพื่อสุขภาพ

อาการเจ็บและชามือในคุณแม่ รักษาได้ด้วยกายภาพบำบัด

บทความเพื่อสุขภาพ

รองเท้าส้นสูง… ความสวยที่เสี่ยงต่อการเกิดข้อเข่าเสื่อม !!!